Skip to content
Artwork for หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
Religion & SpiritualityBuddhismEducation

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

dhamma.com

ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor Pramote Pamojjo, a master teacher of mindfulness for the modern world and Vipassana meditation.

Play
  • 57 episodes
  • daily
  • Avg 48 min
  • Thai
Counted on this page — what you have heard stays on this device, so it is not something the list can be paged by.
  • Yesterday · 1 hr 2 min

    ปฏิบัติในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 17 ต.ค. 2569

    "เวลาอยู่ว่างๆ ต้องภาวนาให้มันเคยชิน การปฏิบัติจะไปรอทำก่อนนอนทีเดียว ไม่พอหรอก ในชีวิตธรรมดานี้ล่ะ ต้องฝึกให้ได้ พยายามรวมการปฏิบัติเข้ากับการใช้ชีวิตเรา ถ้าทำได้เราก็จะพัฒนาได้เร็ว ถ้าเราเก่งเฉพาะตอนก่อนนอน ไปนั่งสมาธิ เดินจงกรม แต่กลางวันปล่อยใจฟุ้งซ่านหนีไป ไปไม่รอดแล้ว ถ้ากลางวันเราฟุ้ง ตอนเย็น ตอนค่ำ จะไปนั่งสมาธิจะให้สงบ มันไม่สงบง่าย แต่ถ้ากลางวันเรามีสติรู้สึกไปเรื่อยๆ ร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึก จิตใจเปลี่ยนแปลงรู้สึกไป ตอนค่ำไปนั่งสมาธิ ไปเดินจงกรมในรูปแบบ จิตมันจะรวมเร็ว เพราะเราไม่ได้ปล่อยจิตให้ฟุ้งซ่าน วุ่นวาย ถ้ากลางวันปล่อยเต็มที่ จะไปนั่งให้สงบ มันไม่สงบหรอก ฉะนั้นอย่าไปแยกการปฏิบัติกับการใช้ชีวิตจริงออกจากกัน ถ้าเราไม่ต้องทำงานที่ต้องคิด ช่วงไหนไม่ได้ทำงานที่ใช้ความคิด ปฏิบัติได้ตลอด รู้สึกไปเรื่อยๆ รู้สึกกายรู้สึกใจ เหมือนเรามีถังน้ำ มีตะกอนอยู่ เรากวนน้ำจนน้ำขุ่นตลอดวัน แล้วตอนเย็นจะมานั่งดูให้น้ำ ตะกอนตกตะกอนให้น้ำใส เล่นยาก ฉะนั้นกลางวันก็อย่าไปกวนน้ำให้ขุ่น คือมีสติไว้ รู้ทัน ร่างกายเคลื่อนไหว รู้ทัน จิตใจเคลื่อนไหว รู้ทันไป" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 17 ตุลาคม 2569

  • Yesterday · 18 min

    สมาธิที่ถูกต้องจิตต้องตั้งมั่น : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 16 ต.ค. 2569

    "เราต้องมาฝึกให้จิตมันมีบ้านอยู่ แต่ไม่ได้อยู่เป็นคุก ทำกรรมฐานไปสักอย่างหนึ่ง เพื่อจะฝึกความรู้เนื้อรู้ตัว ฝึกสติ ไม่ใช่ทำกรรมฐานเพื่อฝึกความสงบ คนเข้าวัดคิดถึงการปฏิบัติเมื่อไร ก็คิดถึงการทำจิตให้สงบ ไปนั่งสมาธิให้มันสงบ ความสงบดีไหม ก็ดี ดีกว่าความฟุ้งซ่าน แต่สมาธิที่ถูกต้องไม่ได้แปลว่าสงบ สมาธิที่ถูกต้องคือสภาวะของความตั้งมั่น จิตตั้งมั่นไม่ใช่จิตสงบ แต่จิตที่สงบอาจจะไม่ตั้งมั่น แต่จิตที่ตั้งมั่น สงบด้วย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 ตุลาคม 2569

  • Thursday · 28 min

    ทำงานเผยแผ่ศาสนาควบคู่กับการภาวนา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 16 ต.ค. 2569

    "ทำงานเผยแผ่ศาสนาตัวเราได้ประโยชน์ด้วย ถ้าทำงานแล้วตัวเราไม่พัฒนา ไม่ดี ฉะนั้นภาวนาไปด้วย เวลาทำงานมันกระทบกระทั่งตลอดเวลาเป็นเรื่องปกติ กระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงานหรือกับญาติโยม จุดสำคัญที่เราจะอยู่กันสบายก็คือเรารู้ทันจิตใจตัวเอง ถ้าเราภาวนาไปรู้ทันใจตัวเองไปด้วย ทำงานมันมีความสุข ทำงานเผยแผ่แล้วเราต้องพัฒนาได้ด้วย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 ตุลาคม 2569

  • Wednesday · 19 min

    การปฏิบัติคือการเรียนรู้กายกับใจ : 15 ต.ค. 2569

    "การภาวนาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องยาก การปฏิบัติคือการเรียนรู้ตัวเอง สิ่งที่เรียกว่าตัวเราก็ประกอบด้วยร่างกายกับจิตใจ ถ้าตามตำราเขาเรียกมีแต่รูปกับนาม รูปธรรมกับนามธรรม พูดภาษาง่ายๆ มีร่างกายกับจิตใจ การเรียนรู้ตัวเองคือการเรียนรู้กายรู้ใจ เรียนแล้วได้อะไร มีสติรู้กายรู้ใจไปอย่างที่มันเป็น เราจะได้เห็นความจริงของร่างกายของจิตใจ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 15 ตุลาคม 2569

  • Tuesday · 1 hr

    วิภัชชวิธี : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ต.ค. 2569

    "การที่เราจะเรียนธรรมะ เราจะเรียนแบบวิภัชชวิธี สิ่งที่เราคิดว่าคือตัวเราของเรา จับมันมาแยกเป็นส่วนๆ ด้วยปัญญา เราจะแยกออกเป็น 5 ส่วน ก็มีรูป คือส่วนที่เป็นวัตถุ ส่วนร่างกาย เวทนา ส่วนของความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ สัญญา ส่วนของความจำได้ความหมายรู้ เช่น จำรูปได้ จำเสียง จำกลิ่น จำรส จำสัมผัส จำเรื่องราวได้ หมายรู้ก็หมายรู้ถูกหมายรู้ผิด หมายรู้ถูกก็หมายรู้ของไม่สวยไม่งามว่าไม่สวยไม่งาม ของไม่เที่ยงก็รู้ว่าไม่เที่ยง ของเป็นทุกข์ก็หมายรู้ว่าเป็นทุกข์ ของไม่ใช่ตัวตนก็หมายรู้ว่าไม่ใช่ตัวตน นี่หมายรู้ถูก หมายรู้ผิดก็ตรงข้ามกัน ถ้าแยกสังขาร สังขารคือความปรุงแต่งของจิต ปรุงดีปรุงชั่ว ปรุงไม่ดีไม่ชั่ว ตัวสุดท้ายวิญญาณ วิญญาณก็คือจิตนั่นล่ะ แต่ท่านเน้นมาที่ตัววิญญาณ คือความหยั่งรู้อารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าเราภาวนาแล้วเรายังเห็นตัวนี้เป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่ เราก็จะรู้สึกว่าตัวเรามีอยู่ เหมือนในรถยนต์ อุปกรณ์ต่างๆ มันยังรวมตัวกันอยู่ เราก็รู้สึกมีรถยนต์ พอมันแยกชิ้นส่วนออกไปแล้ว รถยนต์หายไป สิ่งที่เรียกว่าตัวเราถ้าเราจับแยกส่วนออกไปได้ รูปส่วนรูป เวทนาส่วนเวทนา สัญญาส่วนสัญญา สังขารส่วนสังขาร จิตส่วนจิต จิตคือวิญญาณ ก็ส่วนวิญญาณ เราจะพบว่าตัวตนหายไป ตัวเราไม่มีจริง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 ตุลาคม 2569

  • October 26 · 59 min

    น้อมเข้ามาเรียนรู้ตัวเอง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 10 ต.ค. 2569

    "หลักของการปฏิบัติจริงๆ ไม่ได้ยากอะไร โอปนยิโก น้อมเข้ามาหาตัวเอง น้อมเข้ามาเรียนรู้ตัวเอง อย่าส่งจิตออกนอก เพ่นพ่านออกไป ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ คนในโลกมันไหลไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจตลอด มันเลยเวียนว่ายตายเกิดไม่เลิกหรอก ถ้าเราย้อนกลับเข้ามาให้ถึงจิตถึงใจ แล้วมาเรียนรู้ตัวนี้ ค่อยๆ เรียน ค่อยๆ รู้ไป วันหนึ่งเราจะเห็น กระทั่งตัวจิต มันไม่ใช่ตัวเรา มันเป็นแค่สภาวธรรมอันหนึ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป นี่อย่างนี้ พอเราย้อนกลับมาดูจิตบ่อยๆ แล้ววันหนึ่งเราก็จะเห็น จิตไม่ใช่ตัวเรา จิตเป็นแค่สภาวธรรมอย่างหนึ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ ใจมันจะเข้าใจความเป็นจริง ปัญญาคือการรู้ถูก เข้าใจถูก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 ตุลาคม 2569

  • October 25 · 59 min

    วิธีปฏิบัติที่ลัดสั้น : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 ต.ค. 2569

    "วิธีที่ง่ายที่สุดดูจิตตัวเอง ทำกรรมฐานไปแล้วรู้ทันจิตตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ได้มุ่งที่สงบ ทำกรรมฐานไป จิตฟุ้งซ่านก็รู้ จิตสงบก็รู้ เวลาฟุ้งซ่านแล้วเราไม่ชอบก็รู้ เวลาสงบเราชอบก็รู้ เวลาฟุ้งซ่านเราไม่ชอบ เราอยากให้หายก็รู้ รู้ว่าอยากหายแล้ว เวลามันสงบเราชอบ แล้วพอชอบเราก็อยากรักษา เราก็รู้ว่าอยากรักษา ค่อยรู้จิต ค่อยรู้แล้วละเอียดประณีตมากขึ้นๆ ฝึกเรื่อยๆ ไป มันจะไม่ยากหรอก การภาวนาเราจะตัดตรงเข้าที่จิต แล้วมันดีอย่างไร กุศลเกิดที่จิต กุศลไม่ได้เกิดที่กาย อกุศลเกิดที่จิต อกุศลไม่ได้เกิดที่กาย มรรคผลเกิดที่จิต มรรคผลไม่ได้เกิดที่กาย กายมันเหมือนบ้าน จิตเป็นเจ้าของบ้าน กายก็เหมือนชุมโจร จิตคือหัวหน้าโจร ถ้าเราเข้าไปฆ่าหัวหน้าโจรตาย จับหัวหน้าโจรได้ ลูกน้องมันแตกหมด ถ้าเราสามารถเข้ามาถึงตัวจิตใจตัวเองได้ ขันธ์ 5 เราจะเห็นเลย รูป เวทนา สัญญา สังขาร ไม่ใช่ตัวเรา เห็นทันทีเลย รวดเร็ว ไม่ช้า ไม่เนิ่นช้า เหลือจิตเป็นเราอันเดียว เราก็ทำกรรมฐานของเราต่อไป คราวนี้เราจะเข้ามาที่ตัวจิตจริงๆ แล้ว เราก็เห็นจิตตั้งมั่นอยู่ เราฝึกมาเยอะจิตก็ตั้งมั่น เราไม่รักษาจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นเกิดแล้วก็ดับ เกิดจิตที่ดูรูป จิตที่ดูรูปเกิดแล้วก็ดับ เกิดจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นดับ เกิดจิตที่ไปคิด จิตที่ไปคิดดับ เกิดจิตที่ตั้งมั่น สลับไปเรื่อยๆ สุดท้ายปัญญามันจะเกิด ปัญญาคือความรู้รวบยอด มันจะเกิดว่าจิตนี้ไม่ใช่ตัวเรา จิตก็ไม่ใช่ตัวเรา ตัวเราไม่มี นี่เป็นวิธีภาวนาที่ลัดมากเลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 4 ตุลาคม 2569

  • October 22 · 56 min

    ธรรมนิยาม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 ต.ค. 2569

    "ความแก่เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้มีความอยากจะไม่แก่ หรือความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ได้มีความอยากไม่เจ็บไข้ ความตายเป็นธรรมดา ไม่ได้มีความอยากที่จะไม่ตาย พอเราเห็นธรรมดา ธรรมดาของร่างกาย ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เพราะมันมีธรรมนิยาม เกิดมาแล้วมันไม่เที่ยง มันถูกความทุกข์บีบคั้นให้แตกสลายอยู่ตลอดเวลา มันเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัย ไม่ใช่ตามที่เราสั่ง อันนี้เป็นธรรมนิยาม เราเข้าใจธรรมนิยาม เข้าใจความจริงของชีวิต ร่างกายมันเป็นอย่างนี้ล่ะ พอจิตมันเข้าใจความจริง เข้าใจธรรมะอันนี้แล้ว ความอยากก็ไม่เกิดขึ้น ไม่มีความอยากไม่แก่ อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตาย เพราะรู้ว่าความแก่เป็นธรรมดา ความเจ็บเป็นธรรมดา ความตาย เป็นธรรมดา เห็นไหมว่าเราภาวนาแล้ว จนกระทั่งใจเรายอมรับธรรมดา ธรรมดานั่นล่ะคือธรรมะ คำเดียวกันเลย ธรรมดา ความเป็นธรรมดา ธรรมะเป็นความจริงที่เราหนีไม่พ้น ชอบหรือไม่ชอบไม่สำคัญ อย่างไรก็หนีไม่พ้น" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 ตุลาคม 2569

  • October 21 · 1 hr 4 min

    เข้าใจความเป็นจริงของโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 ก.ย. 2569

    "ฝนจะตก น้ำจะท่วม ไม่ใช่สิ่งที่เราจะบังคับมันได้ แต่ถ้าฝนตกน้ำท่วม น้ำเข้าบ้านเรา เราจะป้องกันอย่างไร ก็หาทางป้องกันไม่ให้น้ำเข้าบ้าน ป้องกันแล้วไม่สำเร็จ น้ำเข้ามาในบ้าน เราก็รู้ โลกก็เป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ได้สมอยากตลอดหรอก โลกเป็นอย่างนี้ล่ะ โลกนี้ไม่น่าอยู่เลย โลกนี้มีแต่ทุกข์ เดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องโน้นเดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องนี้ ไม่น่ายึดถือเลย เรามีร่างกาย เราก็ทุกข์ เรามีบ้านเราก็ทุกข์ มีรถยนต์ลอยน้ำไปแล้ว เราก็ทุกข์อีก ใจมันเห็น เห็นแต่ทุกข์ ใจมันจะคลายออกจากความยึดถือในโลก สุดท้ายเราจะพ้นจากโลก คือเราจะไม่เกาะเกี่ยวยึดถือในโลก สภาวะที่พ้นโลกแล้วมีชื่อเรียกว่าโลกุตตระ โลกุตตระคือคำว่าโลกกับอุตตระ อุดร อุดรก็คือเหนือ ทิศเหนือ อยู่เหนือโลก จิตเราจะอยู่เหนือโลก โลกก็เป็นโลกอยู่อย่างนั้นล่ะ โลกก็ยังไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาอยู่นั่นล่ะ แต่จิตเราอยู่เหนือโลก คือจิตเราไม่หวั่นไหวไปกับโลก ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น จิตเราไม่หวั่นไหวเพราะเราอยู่เหนือแล้ว เหมือนเราอยู่บนเครื่องบินอย่างนี้ ข้างล่างกำลังแผ่นดินไหวอยู่ เราก็ไม่ได้เดือดร้อนด้วย โลกมันกำลังสั่นสะเทือน เราอยู่บนอากาศไม่เกี่ยว หรืออยู่บนดาวเทียมอยู่ในสถานีอวกาศ เห็นโลกมันแผ่นดินไหวสึนามิมาอะไรอย่างนี้ ไม่กระทบถึงเรา ใจที่ฝึกดีแล้วมันจะพ้นโลกออกไป แล้วมันก็จะเห็นโลกไม่มีอะไรเลย โลกนี้ไม่น่ายึดถือเลย มีแต่ทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 กันยายน 2569

  • October 20 · 1 hr 1 min

    รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อจะรู้ทันจิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 26 ก.ย. 2569

    "เราทำกรรมฐาน ไม่ใช่ไปให้ความใส่ใจ สนใจกับตัวอารมณ์กรรมฐาน หรือตัววิหารธรรม อันนั้นเป็นแค่เหยื่อล่อ ที่จะทำให้เราอ่านจิตตัวเองออก อย่างเราหายใจออก หายใจเข้า คนส่วนใหญ่บอกให้ทำอานาปานสติ จิตจะไหลลงไปแช่อยู่ที่ลมหายใจ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ลมก็ค่อยๆ ระงับ กลายเป็นแสง จิตก็ไหลเข้าไปในแสง คราวนี้นิมิตอะไรสารพัดมันหลอกแล้ว เราใช้อารมณ์กรรมฐานเป็นเหยื่อล่อ เพื่อจะรู้ทันจิต เป็นเครื่องสังเกตจิต จับหลักตัวนี้ให้แม่น แล้วจะภาวนาง่าย เราไม่ได้รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อให้จิตสงบ ไม่ได้รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อให้จิตสุข ไม่ได้รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อให้จิตดี เรารู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อจะรู้ทันจิต" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 26 กันยายน 2569

  • October 19 · 47 min

    อดทนฝึกแล้วฝึกอีก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ก.ย. 2569

    "ต้องอดทน ฝึกแล้วฝึกอีก อดทนไว้ ถึงจะไปรอด แล้วก็ให้เราทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่ง อะไรก็ได้ แล้วคอยรู้ทันจิตใจตัวเอง ฝึกเรื่อยๆ พอจิตตั้งมั่นแล้ว เดินปัญญาเรื่องเล็กนิดเดียวเลย จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้ร่างกาย เห็นเลยรูปไม่ใช่เรา ระลึกรู้สุขทุกข์ ความจำได้หมายรู้ ความปรุงดีปรุงชั่วก็เห็นไม่ใช่เรา รู้เรื่อยๆ ต่อไปก็เห็นจิตก็ไม่ใช่เรา ตัวเราไม่มี ถ้าตัวเราไม่มี เรียกเราได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว ได้โสดาบันแล้ว ต่อไปก็ฝึกอย่างเดิม ฝึกเรื่อยๆ ปัญญาแก่กล้ามากขึ้นๆ มันจะรู้เลย ร่างกายคือตัวทุกข์ เราเห็นว่าไม่ใช่ตัวเราแต่คือตัวทุกข์ จิตก็คือตัวทุกข์ พอเรารู้ว่ากายนี้คือตัวทุกข์ จิตนี้คือตัวทุกข์ ขันธ์ 5 คือตัวทุกข์ จิตจะหมดความยึดถือ เมื่อจิตไม่ยึดถือในขันธ์ 5 จิตก็บริสุทธิ์หลุดพ้น เข้าถึงฝั่งของการปฏิบัติ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 กันยายน 2569

  • October 19 · 29 min

    ปฏิบัติถูกต้องจะพ้นทุกข์ด้วยตัวเอง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 ก.ย. 2569

    "อย่าคิดนำ รู้สึกกายไป ดูสิร่างกายนี้สุขหรือทุกข์ เที่ยงหรือไม่เที่ยง บังคับได้หรือไม่ได้ ดูของจริง ไม่คิดเอา ดูจากของจริง จิตใจเราเที่ยงหรือไม่เที่ยง จิตใจเราถูกความทุกข์บีบคั้นไหม มีภาระไหมทุกครั้งที่เสวยอารมณ์เสพอารมณ์ จิตใจเราเป็นของบังคับได้ไหม ดูจากของจริง ไม่ต้องคิดเอา ไม่ต้องไปคิดเอาว่าร่างกายนี้จิตใจนี้ไม่ใช่ของดีของวิเศษ อย่าไปยึดถือ คิดอย่างนี้ปล่อยวางไม่ได้ ต้องเห็นความจริงถึงจะปล่อยวางได้ เวลาเรียนธรรมะ อย่าไปคิดเยอะ ไม่ต้องถามเยอะ รู้สึกเอา รู้สึกกายเยอะๆ รู้สึกจิตใจเยอะๆ ถ้ารู้สึกได้เยอะๆ ต่อไปเราก็เห็นความจริงของกายของใจ แล้วเราจะเข้าใจธรรมะ ใจเราพ้นทุกข์ได้ คนจีนจะชอบถาม อยากได้ความรู้ก็ถาม ถามครูบาอาจารย์ พอได้คำตอบก็เอาไปคิดต่อ พอคิดอีกก็สงสัยอีกเรื่องหนึ่งแล้วก็มาถามอีก มันเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น แต่ถ้ามีสติแล้วอ่านกายอ่านใจของตัวเองซื่อๆ อ่านไปเรื่อยๆ มันมีจุดจบ เมื่อจิตรู้ความจริงแล้วไม่ต้องถามใคร ไม่ต้องถามใครเลย มันเห็นความจริงด้วยตัวเอง วิญญูชนรู้ด้วยตนเอง คนที่มีสติปัญญาแล้วลงมือปฏิบัติถูกต้อง จะได้คำตอบด้วยตัวเองและพ้นทุกข์ด้วยตัวเอง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 กันยายน 2569

  • October 7 · 53 min

    ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 ก.ย. 2569

    "การปฏิบัติจริงๆ ถ้าจับหลักได้ไม่มีอะไรมาก หลักมันไม่ถูก ถ้าสำนวนเขาบอก ติดกระดุมเม็ดแรกไม่ถูก มันก็คลาดเคลื่อนไปหมด จุดตั้งต้นที่เราต้องฝึกคือสติ ทีนี้ส่วนใหญ่คนเข้าวัด พวกหนึ่งทำสมาธิไม่ได้สนใจเรื่องสติ บางที่ก็มุ่งไปที่วิปัสสนาเลยทั้งๆ ที่ยังไม่มีสติ นี่ปัญหาของการปฏิบัติ ถ้าเริ่มต้นผิดปลายทางมันก็ไปไม่ค่อยจะถูกหรอก เว้นแต่มีบุญบารมีเก่ามากจริงๆ ค่อยๆ ไปปรับไปแก้ก็ถูกขึ้นมาได้ กลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก หัดรู้สภาวะให้ได้ รู้รูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ที่เราถนัด รู้ ไม่ใช่ลืม ไม่ใช่นั่งเพ่ง ตัวนี้ล่ะ ถ้าผิดตัวนี้ผิดทั้งสายเลย ถ้าถูกตัวนี้โอกาสที่จะถูกตลอดสายเกิดขึ้นได้ คำว่ารู้ พูดง่ายเข้าใจยาก สิ่งที่ไม่รู้ตรงข้ามกับรู้ อันแรกหลงลืม อันที่สองเพ่งจ้อง หลวงพ่อจะสอนให้รู้จักสภาวะ 2 อัน สภาวะหลงกับสภาวะเพ่งจ้อง เผลอกับเพ่ง เพื่ออะไร เพื่อเราจะได้รู้จักคำว่ารู้ เมื่อรู้ได้แล้วถ้าพอสติระลึกรู้กายอย่างถูกต้อง สัมมาสมาธิจะเกิด สติระลึกรู้นามธรรมอย่างถูกต้อง สัมมาสมาธิก็เกิด สัมมาสมาธิเมื่อทำให้มากเจริญให้มาก ก็ทำให้สัมมาญาณะเจริญขึ้น คือการเจริญวิปัสสนาจะก้าวหน้า" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 20 กันยายน 2569

  • October 6 · 58 min

    เรียนรู้ทุกข์จนพ้นทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 13 ก.ย. 2569

    "เราภาวนาเพื่อให้เห็นทุกข์ เพื่อให้เห็นความจริง สัจจะความจริงของร่างกายจิตใจเรา เรียนรู้ลงไปทั้งรูปธรรมทั้งนามธรรม ในความเป็นจริงแล้วคือก้อนทุกข์ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ ตัวมันนั่นล่ะเป็นตัวทุกข์ ถ้าเห็นอย่างนี้เราจะละสมุทัยได้เด็ดขาด ไม่มีความอยากเกิดขึ้น เมื่อไม่มีความอยากเกิดขึ้นก็ไม่มีความจงใจ ไม่มีการกระทำกรรม ตัวเจตนานั่นล่ะตัวกรรม ตัวกรรมนั่นล่ะตัวภพ ใจมันจะดิ้น ตัวภพ หมดความไม่รู้ หมดอวิชชา ก็หมดตัณหา หมดภพ หมดทุกข์ ใจจะคลายออกสลัดออกในชั่วขณะจิตเดียว ภาวนาแทบเป็นแทบตาย ในขณะที่อริยมรรคเกิดเกิดชั่วขณะจิตเท่านั้นล่ะ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 กันยายน 2569

  • October 5 · 1 hr

    สิ่งที่เหนือดวงคือกรรม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 12 ก.ย. 2569

    "สิ่งที่เหนือดวงมีอยู่คือกรรม ดวงวิเศษแค่ไหน สิ่งที่เหนือมันก็คือกรรม ทำกรรมอันใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป อย่างไรก็ต้องได้รับผล การให้ผลของกรรม มันก็มีให้ในปัจจุบัน ให้ในชาติถัดไป ในชาติต่อๆ ไป กรรมบางอย่างก็เลิกให้ผลแล้ว อย่างอโหสิกรรม กิเลสไม่เข้าใครออกใครหรอก การจะเอาชนะกิเลสไม่ใช่เรื่องง่าย ยาก ยากมาก ไม่ใช่ยากธรรมดา เวลาที่กำลังของสติสมาธิเรายังอ่อน เราต้องอาศัยความศรัทธาเชื่อมั่น ว่าพระพุทธเจ้าคงไม่สอนสิ่งเลวร้ายให้เราหรอก แล้วเราก็ตั้งใจทำตามที่ท่านสอนไป โดยเฉพาะเรื่องศีล ตั้งใจรักษาไว้ให้ดี ไปด่าเขาเพื่อความสะใจก็เสียศีลแล้ว ฉะนั้นเราตั้งใจรักษาศีล 5 ข้อก็พอแล้ว สำหรับฆราวาส สำหรับพระก็ต้องเยอะกว่านั้น ศีลเป็นเครื่องมือข่มใจไม่ให้ยอมแพ้กิเลส สมาธิเป็นเครื่องข่มกิเลส ไม่ให้มีอำนาจเหนือใจ ปัญญาเป็นเครื่องทำลายล้างกิเลส ฉะนั้นในขณะที่เรายังไม่มีสมาธิที่จะข่มกิเลส ยังไม่มีปัญญาที่จะทำลายกิเลส เราต้องรักษาศีลไว้ก่อน เวลาใจเราอยากทำชั่ว เรามีโอกาสทำชั่ว เราต้องข่มใจไม่ทำ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 12 กันยายน 2569

  • October 4 · 44 min

    รูปธรรมนามธรรมเป็นไตรลักษณ์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 5 ก.ย. 2569

    "การปฏิบัติ เบื้องต้นฝึกให้มีสติ เมื่อเรามีสติที่ถูกต้อง สัมมาสมาธิเกิด การเจริญปัญญาเกิด เบื้องปลายของการทำสติปัฏฐาน ก็คือเราจะเกิดปัญญา จะรู้แจ้งเห็นจริง ว่ารูปธรรมนามธรรมทั้งหลายแหล่ ล้วนแต่ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ทั้งสิ้น เมื่อเราสามารถเห็นความจริง ถึงระดับที่รูปธรรมนามธรรมเป็นไตรลักษณ์ ทีแรกจะเห็นแต่ของหยาบ เห็นร่างกายเป็นไตรลักษณ์ เห็นละเอียดขึ้น ก็เห็นเวทนาเป็นไตรลักษณ์ เห็นสังขารเป็นไตรลักษณ์ สุดท้ายมันเห็นจิตก็เป็นไตรลักษณ์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 5 กันยายน 2569

  • September 17 · 23 min

    ใจยอมรับความจริงได้ก็ไม่ทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 31 ส.ค. 2569

    "อยู่กับโลกต้องอดทน แล้วปัญหาทุกอย่างกระทั่งความสุขก็เป็นของชั่วคราว ถ้าใจเรายอมรับได้ เราไม่ทุกข์หรอก ที่เราทุกข์เพราะเรายอมรับไม่ได้ ยอมรับความจริงไม่ได้ อย่างเรายอมรับไม่ได้ว่า เราจะต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ต้องพลัดพรากจากคนที่เรารักอะไรอย่างนี้ ยอมรับไม่ได้ใจเราก็ทุกข์ ยอมรับได้เราก็ไม่ทุกข์ รู้สึกมันธรรมดา เมื่อไรเวลาทุกอย่างปรากฏแล้วเรารู้สึกนี่ธรรมดา เราจะไม่กลุ้มใจ พอยอมรับว่าเป็นธรรมดาใจจะไม่อยาก หมดความอยาก ถ้ายอมรับธรรมดาไม่ได้ ใจเราก็อยาก ความอยากหรือตัวตัณหาเป็นตัวสมุทัย เป็นตัวนำความทุกข์เข้ามาสู่ใจเรา ถ้าใจไม่อยากก็ไม่เดือดร้อนอะไรแล้ว มองทุกอย่างธรรมดา ฉะนั้นที่เราเรียนธรรมะ เราจะไม่ได้เป็นคนเหนือธรรมดา แต่เราจะยอมรับความจริงว่าเราเป็นคนธรรมดา เป็นคนธรรมดาที่จะต้องแก่ จะต้องเจ็บ จะต้องตาย จะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก จะต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รัก จะต้องมีความไม่สมหวัง เป็นเรื่องธรรมดา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 สิงหาคม 2569

  • September 16 · 31 min

    จิตบังคับไม่ได้แต่ฝึกได้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 ส.ค. 2569

    "จิตตั้งมั่นไม่ได้เกิดจากการบังคับจิต แต่เกิดจากสติ มีสติรู้ทันจิตที่ไม่ตั้งมั่น จิตที่ไม่ตั้งมั่นจะดับ แล้วเกิดจิตที่ตั้งมั่นขึ้นเอง ไม่มีใครสั่งจิตได้ เพราะจิตเป็นอนัตตา เราบังคับจิตไม่ได้ แต่จิตเป็นธรรมชาติที่ฝึกได้ บังคับไม่ได้ ไม่เป็นไปตามใจอยาก แต่ฝึกได้ วิธีฝึกก็มีสติรู้ทันมันไปเรื่อยๆ เวลาเรารู้ทันจิตที่ไหลไปมันดับ จิตที่ตั้งมั่นเกิด เราสะสมสมาธิแล้ว สมาธิที่แท้จริงไม่ใช่เกิดจากการกำหนด สมาธิที่แท้จริงหรือตัวสัมมาสมาธิมาจากสัมมาสติ พระพุทธเจ้าบอกสัมมาสติเมื่อทำให้มากเจริญให้มาก จะทำให้สัมมาสมาธิบริบูรณ์ สัมมาสมาธิเมื่อทำให้มากเจริญให้มาก จะทำให้สัมมาญาณะคือการเจริญปัญญาบริบูรณ์ เมื่อสัมมาญาณะการเจริญปัญญาทำให้มากเจริญให้มาก จะทำให้สัมมาวิมุตติคือเกิดอริยมรรคเกิดอริยผล ฉะนั้นจุดสำคัญที่พวกเราต้องฝึกคือสัมมาสติ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 สิงหาคม 2569

  • September 15 · 24 min

    ฝึกใจให้เป็นพระ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 ส.ค. 2569

    "ฝึกใจเราให้เป็นพระ มีสติไว้ คอยลด คอยละกิเลสไป แล้วใจเราก็จะสะอาดมากขึ้นๆ จุดสำคัญ กิเลสตัวสำคัญเลยตัวมิจฉาทิฏฐิ มิจฉาทิฏฐิมีหลากหลาย ตัวสำคัญที่เราจะต้องต่อสู้กับมัน ชื่อสักกายทิฏฐิ สักกายทิฏฐิมันเป็นความเห็นผิด ว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ เป็นความเห็นผิดว่าร่างกายนี้คือตัวเรา ความรู้สึกนึกคิดทั้งหลายก็เป็นตัวเรา เป็นของเรา จิตใจที่เป็นตัวรู้อารมณ์ทั้งหลายก็เป็นตัวเรา เมื่อมันเป็นตัวเรา มันเป็นของเรา เราก็มีความรักความหวงแหน มีความยึดมั่นถือมั่น แต่ถ้าเราละสักกายทิฏฐิได้ เราไม่ได้เห็นว่าร่างกายคือตัวเรา เห็นมันเป็นแค่วัตถุ เป็นก้อนธาตุ มีเหตุปัจจัยมาประกอบ ก็ทำให้ธาตุนี้มารวมกัน มีสัญญา มีความจำได้หมายรู้เกิดขึ้น มีจิตครอบครองร่างกายนี้อยู่ ถ้าภาวนาให้มาก มีสติระลึกรู้กาย ระลึกรู้ใจตามความเป็นจริงบ่อยๆ ถึงวันหนึ่งเราก็จะเห็น ร่างกายจิตใจไม่ใช่ตัวเรา ความรู้สึกนึกคิดทั้งหลายไม่ใช่ของเรา เป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีตัวเรา ไม่มีของเรา เห็นอย่างนี้ได้ นี่คือภูมิจิตภูมิธรรมของพระโสดาบัน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 29 สิงหาคม 2569

  • September 14 · 37 min

    บุญจากการภาวนา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 28 ส.ค. 2569

    "การที่เราไปปิดทอง ไปฝังลูกนิมิตอะไรนี้ อย่างมากที่สุดเราก็ได้ไปเป็นเทวดา คนทั่วไปเขาบอกเป็นเทวดาก็ดี ก็ดีสิ แต่มันมีดียิ่งกว่านั้นอีก ถ้าเราหัดทำสมาธิได้ จิตเราสงบ แล้วไปเป็นพรหมได้ สูงกว่าเทวดา จิตประณีตกว่า ถ้าเราภาวนาได้ดีจริงๆ เลย เราเข้าถึงมรรคผล แค่โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล มรรคผลจะเกิดต่อกันทันที เป็นอกาลิโก ไม่มีช่องว่าง ไม่มีระยะเวลา การที่เรามาทำบุญ ทำอะไรอย่างนี้ มันทำให้เรามีแรงวิ่ง เราอาจจะวิ่งขึ้นสวรรค์ไปได้ หนีนรกไปได้ แต่ก็ได้ชั่วคราว แต่ถ้าเราภาวนาได้เป็นพระโสดาบัน เราจะปิดอบาย เราจะไม่ไปเกิดในอบายภูมิอีกแล้ว ต่ำที่สุดก็เป็นมนุษย์ หรือเป็นเทวดา หรือเป็นพรหม เป็นได้เท่านี้ ไม่ไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นเปรต อสุรกาย เป็นสัตว์นรก ไม่เป็น ในขณะที่ทำความดี ทำบุญทำอะไรอย่างนี้ ไปเป็นเทวดา เป็นพรหม ก็ยังหนีนรกไม่พ้น หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 สิงหาคม 2569

Showing 1–20 of 57 episodes