Skip to content
Artwork for หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม · Yesterday · 1 hr 1 min

กฎของการดูจิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 ก.ค. 2569

"การดูจิตมีกฎ 3 ข้อ ข้อที่หนึ่ง ให้ความรู้สึกเกิดแล้วค่อยรู้ ทีนี้พอหลวงพ่อบอกให้พวกเราดูจิต พวกเราก็รีบส่งจิตไปดู ส่งจิตเข้าไปดู ตอนนี้จิตเป็นอย่างไร อันนี้ไม่ใช่การดูจิตแล้ว นี่เป็นการที่จิตมันไหลออกไปแสวงหาว่า ตอนนี้มีอารมณ์อะไรเกิดขึ้น อันนั้นหลงอยู่ การดูจิตไม่เหมือนดูกาย ดูจิตเป็นการดูตามหลัง ความรู้สึกเกิดแล้วก็รู้ ค่อยรู้ว่ามีความรู้สึกอันนั้น ถ้าดูกายก็ดูปัจจุบัน อย่างท่านบอกว่า ภิกษุทั้งหลายเมื่อยืนอยู่ให้รู้ชัดว่ายืนอยู่ รู้ตรงนี้เลย รู้ชัดๆ เลย ไม่ต้องไปรู้ที่อื่นเลย รู้ในขณะปัจจุบันได้ ข้อที่สองระหว่างรู้ อย่าถลำลงไปจ้อง อย่าถลำลงไปรู้ ให้รู้แบบคนวงนอก เหมือนเราอยู่บนตึกสูง แล้วเห็นไปที่ถนน เห็นรถวิ่งอยู่บนถนนเยอะแยะ วิ่งไปวิ่งมา เราไม่โดดลงไปอยู่กลางถนน กฎการดูจิตข้อที่สามกับการดูกาย ข้อที่สามอันนี้ก็เหมือนกัน คือดูด้วยความเป็นกลาง ถ้าเราดูแล้วเกิดยินดีให้รู้ทัน เกิดยินร้ายให้รู้ทัน พอเรายินดียินร้ายเรารู้ทัน ความยินดียินร้ายจะดับ จิตจะตั้งมั่นขึ้นมาเป็นคนรู้คนดู ไม่มีความยินดียินร้าย เป็นกลางกับทุกๆ สิ่ง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 19 กรกฎาคม 2569

0:00-1:01:19

transcript

No transcript — this publisher did not publish one.

show notes

"การดูจิตมีกฎ 3 ข้อ ข้อที่หนึ่ง ให้ความรู้สึกเกิดแล้วค่อยรู้ ทีนี้พอหลวงพ่อบอกให้พวกเราดูจิต พวกเราก็รีบส่งจิตไปดู ส่งจิตเข้าไปดู ตอนนี้จิตเป็นอย่างไร อันนี้ไม่ใช่การดูจิตแล้ว นี่เป็นการที่จิตมันไหลออกไปแสวงหาว่า ตอนนี้มีอารมณ์อะไรเกิดขึ้น อันนั้นหลงอยู่ การดูจิตไม่เหมือนดูกาย ดูจิตเป็นการดูตามหลัง ความรู้สึกเกิดแล้วก็รู้ ค่อยรู้ว่ามีความรู้สึกอันนั้น ถ้าดูกายก็ดูปัจจุบัน อย่างท่านบอกว่า ภิกษุทั้งหลายเมื่อยืนอยู่ให้รู้ชัดว่ายืนอยู่ รู้ตรงนี้เลย รู้ชัดๆ เลย ไม่ต้องไปรู้ที่อื่นเลย รู้ในขณะปัจจุบันได้ ข้อที่สองระหว่างรู้ อย่าถลำลงไปจ้อง อย่าถลำลงไปรู้ ให้รู้แบบคนวงนอก เหมือนเราอยู่บนตึกสูง แล้วเห็นไปที่ถนน เห็นรถวิ่งอยู่บนถนนเยอะแยะ วิ่งไปวิ่งมา เราไม่โดดลงไปอยู่กลางถนน กฎการดูจิตข้อที่สามกับการดูกาย ข้อที่สามอันนี้ก็เหมือนกัน คือดูด้วยความเป็นกลาง ถ้าเราดูแล้วเกิดยินดีให้รู้ทัน เกิดยินร้ายให้รู้ทัน พอเรายินดียินร้ายเรารู้ทัน ความยินดียินร้ายจะดับ จิตจะตั้งมั่นขึ้นมาเป็นคนรู้คนดู ไม่มีความยินดียินร้าย เป็นกลางกับทุกๆ สิ่ง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 19 กรกฎาคม 2569