Skip to content
Artwork for หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม · Yesterday · 55 min

เข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบัน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 22 ส.ค. 2569

"เรามีสติ รู้เนื้อรู้ตัวไว้ เรียนรู้ความจริงของร่างกาย เรียนรู้ความจริงของจิตใจเรื่อยๆ ไป ไม่ต้องไปคิดเยอะหรอก รู้สึกเอา รู้สึกกาย รู้สึกใจไป พอรู้สึกเรื่อยๆ ต่อไปมันเห็นความจริงของกายของใจ จิตก็หมดความอยาก ความอยากทั้งหลาย มันล้วนแต่อยากให้กายให้ใจเป็นสุข อยากให้กายให้ใจไม่ทุกข์ พอเรารู้ความจริงว่ากายคือทุกข์ จะไปอยากให้มันไม่ทุกข์ทำไม จะไปอยากให้มันสุขทำไม มันเป็นเรื่องไร้เดียงสา เพราะเรารู้ความจริงแล้ว รู้ทุกข์แจ่มแจ้งแล้ว เราจะละความอยาก ละสมุทัยได้ เมื่อเราละความอยากได้แล้ว จิตจะเข้าถึงสันติสุขที่แท้จริง จิตไม่มีความอยาก จิตก็ไม่มีความดิ้นรน จิตเข้าถึงความสงบสุข คำว่านิพพานๆ ไม่ใช่โลกๆ หนึ่ง นิพพานคือสันติ คือความสงบสุข มันสงบแล้วมันมีความสุข มันอิ่ม มันเต็มอยู่ในตัวเอง ฉะนั้นนิพพานไม่ใช่โลกๆ หนึ่ง ไม่ใช่เราทำความดีแล้วตายไป เราจะไปอยู่ในโลก ในโลกของพระพุทธเจ้า ไม่ได้มีโลกอย่างนั้นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านสอนให้เราละตัณหาเสีย ละตัณหาได้ เราก็เข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบันนี้ ไม่ต้องรอให้ตายแล้วไปนิพพาน นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตาเรา เพียงแต่ว่าความไม่รู้หรืออวิชชา ผลักดันให้เกิดตัณหาคือความอยาก ความอยากผลักดันให้ดิ้นรน เกิดภพ เกิดชาติ เกิดทุกข์ เราเลยไม่เห็นพระนิพพาน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 สิงหาคม 2569

0:00-55:31

transcript

No transcript — this publisher did not publish one.

show notes

"เรามีสติ รู้เนื้อรู้ตัวไว้ เรียนรู้ความจริงของร่างกาย เรียนรู้ความจริงของจิตใจเรื่อยๆ ไป ไม่ต้องไปคิดเยอะหรอก รู้สึกเอา รู้สึกกาย รู้สึกใจไป พอรู้สึกเรื่อยๆ ต่อไปมันเห็นความจริงของกายของใจ จิตก็หมดความอยาก ความอยากทั้งหลาย มันล้วนแต่อยากให้กายให้ใจเป็นสุข อยากให้กายให้ใจไม่ทุกข์ พอเรารู้ความจริงว่ากายคือทุกข์ จะไปอยากให้มันไม่ทุกข์ทำไม จะไปอยากให้มันสุขทำไม มันเป็นเรื่องไร้เดียงสา เพราะเรารู้ความจริงแล้ว รู้ทุกข์แจ่มแจ้งแล้ว เราจะละความอยาก ละสมุทัยได้ เมื่อเราละความอยากได้แล้ว จิตจะเข้าถึงสันติสุขที่แท้จริง จิตไม่มีความอยาก จิตก็ไม่มีความดิ้นรน จิตเข้าถึงความสงบสุข คำว่านิพพานๆ ไม่ใช่โลกๆ หนึ่ง นิพพานคือสันติ คือความสงบสุข มันสงบแล้วมันมีความสุข มันอิ่ม มันเต็มอยู่ในตัวเอง ฉะนั้นนิพพานไม่ใช่โลกๆ หนึ่ง ไม่ใช่เราทำความดีแล้วตายไป เราจะไปอยู่ในโลก ในโลกของพระพุทธเจ้า ไม่ได้มีโลกอย่างนั้นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านสอนให้เราละตัณหาเสีย ละตัณหาได้ เราก็เข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบันนี้ ไม่ต้องรอให้ตายแล้วไปนิพพาน นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตาเรา เพียงแต่ว่าความไม่รู้หรืออวิชชา ผลักดันให้เกิดตัณหาคือความอยาก ความอยากผลักดันให้ดิ้นรน เกิดภพ เกิดชาติ เกิดทุกข์ เราเลยไม่เห็นพระนิพพาน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 สิงหาคม 2569