Artwork for Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)
Religion & Spirituality

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

watpasukato

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต
Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand.

MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato

Contact admin: watpasukato19@gmail.com

  • 21 episodes
  • Updated Tuesday

Episodes21

  • Tuesday · 27 min

    25690616pm--ทำสบายๆให้ใจสงบ

    16 มิ.ย. 69 - ทำสบายๆให้ใจสงบ : หลายคนทุกข์เพราะความคาดหวัง หวังให้จิตมันสงบ หวังให้จิตมันนิ่ง แต่พอมันไม่นิ่ง ก็เกิดความหงุดหงิด เกิดความไม่พอใจ เกิดความท้อ บางคนก็โมโหตัวเอง มันฟุ้งเยอะเหลือเกิน บางคนก็เอารองเท้าแตะฟาดหัว ทำไมมันคิดมากเหลือเกิน บางคนก็เอากำปั้นทุบอกตัวเองซ้ายขวา ซ้ายขวา เพราะหงุดหงิดผิดหวังที่มันคิดไม่หยุด ความคิดไม่หยุด มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย ถ้าหากว่าเราคิดเมื่อไหร่ก็รู้ทัน อาจจะรู้ทันช้าหน่อยแต่ว่าทำไปเรื่อย ๆ มันก็จะรู้ทันได้เร็วขึ้น เตือนใจตัวเอง อย่างที่หลวงพ่อเทียนท่านบอก มันคิด เราก็รู้ มันยิ่งคิด เรายิ่งรู้ รู้ คือรู้ทันความคิด อนุญาตให้มันคิดได้ อนุญาตให้มันไปได้ แล้วก็ฝึกให้มีสติรู้ทันความคิด หรือว่าให้รู้จักพาใจกลับมา นอกจากไม่เพ่ง ไม่จ้องแล้ว จะให้ดีก็ต้องไม่คาดหวัง วางความคาดหวังลง ยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับกายและใจ อนุญาตให้มันคิดได้ ข้อสำคัญก็คือว่า อะไรเกิดขึ้นก็รู้ แค่รู้เท่านั้นแหละ หลงก็รู้ สงบก็รู้ คิดก็รู้ ไม่คิดก็รู้ การปฏิบัติมันวัดกันตรงนี้ วัดกันตรงที่ว่ารู้ไปหมด ไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับกายและใจก็รู้ โดยไม่ไปควบคุมบังคับมัน อาจจะใช้คาถาว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” “ช่างมัน ช่างมัน”

  • Monday · 30 min

    25690615pm--รักตนจึงพบสุข

    15 มิ.ย. 69 - รักตนจึงพบสุข : ถ้าเรารักตัวเองจริงๆ เราย่อมไม่หาทุกข์มาใส่ตัว แต่หลายคนก็หาทุกข์มาใส่ตัวด้วยการเสพ สูบบุหรี่บ้าง กินเหล้าบ้าง แม้แต่อาหาร ก็ต้องมีรสชาติจัดจ้าน ทั้งๆ ที่รู้ว่า หวานมากไม่ดี ไขมันมากไม่ดี แต่ก็ยังอยากกิน อาหารที่มีสีสันสดใส แม้จะรู้ว่าเต็มไปด้วยสารเคมี ก็อดใจไม่ได้ ต้องไปดิ้นรนหามาเสพ อันนี้ก็คือการหาทุกข์มาใส่ตัวในส่วนร่างกาย? ในส่วนจิตใจก็อาจจะไปเบียดเบียนผู้อื่น ที่เรียกว่าผิดศีลผิดธรรม การผิดศีลผิดธรรมก็เป็นการหาเรื่องมาใส่ตัว หรือเอาความเดือดเนื้อร้อนใจมาให้แก่ตัวเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นเพราะไปเชื่อ ไปหลงรักกิเลส มันสั่งให้ทำอะไรก็ทำ ทั้งที่สิ่งที่ทำนั้นใคร่ครวญแล้วก็ล้วนแต่ไม่ถูกต้อง เรามักจะเอายาพิษหรือขยะมาเติมใส่ให้กับจิตใจของตัว เล่นเกมออนไลน์ก็เหมือนกัน หรือเล่นการพนัน นอกจากเสียเงินแล้วก็ยังเป็นการเติมทุกข์ให้ใจ อันนี้เรียกว่าหาทุกข์มาใส่ตัว ถ้าเรารักตัวเอง เราก็จะไม่ทำอย่างนั้น อย่างที่มีคำพูดว่า ถ้ารักตัวเองก็ย่อมรักดี รักดีคือการทำสิ่งที่ถูกต้อง ทำสิ่งที่ดีงาม ไม่ไปข้องแวะกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะความไม่ถูกต้องนั้นมันก็จะนำพาความเดือดร้อนมาให้แก่ตัวเอง คนเราถ้ารักตัวเอง เวลามีความสุข เราก็จะเอาใจไปอยู่กับความสุข เราก็มีความสุขด้วยใจที่เต็มร้อย

  • Sunday · 31 min

    25690614pm--ฝึกใจให้ยอมรับความจริง

    14 มิ.ย. 69 - ฝึกใจให้ยอมรับความจริง : ถ้าเกิดว่ายอมรับความทุกข์ทางใจ หรือยอมรับว่าการภาวนาของเรามันยังไม่มากพอ หรือยอมรับว่า เออ เรายังปฏิบัติไม่มากพอ มันก็ทำให้ความทุกข์ใจเบาบางลง หรือมิฉะนั้นก็ยอมรับว่า เออ มันเป็นเช่นนั้นเองแต่ว่าเป็นเพราะคาดหวังกับสิ่งที่ควรจะเป็น ก็คือว่าอุตส่าห์ภาวนามาหลายสิบปี มันน่าจะมาใช้มาช่วยให้ใจสงบได้ แม้กายจะป่วยก็ตาม อันนี้คือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ความเป็นจริงคือว่าเจริญสติก็แล้ว ทำสมาธิก็แล้ว ทำกรรมฐานก็แล้ว ใจมันก็ยังโวยวาย ตีโพยตีพาย ถ้ายอมรับสิ่งนี้ได้ ความทุกข์มันก็ลดลง แต่ว่าความทุกข์มันกลับเพิ่มขึ้นมาเพราะว่าไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ไม่ยอมรับเพราะว่ามันสวนทางกับความคาดหวัง แล้วทำไมความจริงมันไม่เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง อันนี้ก็มีเหตุปัจจัยมากมาย แล้วกับดักของผู้คนมากมายที่มีความเพียรพยายาม ก็คือความคาดหวังสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ไม่ค่อยเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง

  • July 28 · 30 min

    25690605pm--ทำดีอย่าหวังผล

    5 มิ.ย. 69 - ทำดีอย่าหวังผล : ปัญหาของนักปฏิบัติธรรมจำนวนมากคือ ทำแล้วไม่เกิดผลอย่างที่คาดหวัง หลายคนมักจะถามว่าทำแล้วไม่เห็นได้อะไรเลย อันนี้แสดงว่าเวลาทำ วางใจไม่ถูก ไปยึดติดถือมั่นกับผล พอไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการก็หงุดหงิดไม่พอใจหรือท้อถอย เวลาทำก็ทำให้ดีที่สุด แต่อย่าไปยึดมั่นในผล ปล่อยวางผลได้ยิ่งดี อย่างที่ภาษิตจีนบอกว่า ความพยายามเป็นของมนุษย์ ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า อันนี้เป็นภาษิตที่ดีมาก ถ้าพูดแบบพุทธก็คือว่าทำความเพียรให้เต็มที่ ส่วนผลมันเป็นเรื่องของเหตุปัจจัย ตถตา อะไรดีก็ทำ แต่ถ้ามันไม่ประสบผลก็ไม่ทุกข์ อย่างหลวงพ่อเขียนท่านช่วยชาวบ้าน แต่ว่าไม่ประสบความสำเร็จ ท่านก็ไม่ท้อไม่ทุกข์ ใครมาถามว่างานที่หลวงพ่อทำ ช่วยชาวบ้านสำเร็จแค่ไหน ท่านบอกงานล้มเหลว แต่ตัวหลวงพ่อไม่ล้มเหลว หมายความว่าแม้งานจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ว่าใจไม่ได้ทุกข์อะไร ยังมีกำลังใจในการทำความดีเหมือนเดิม นี่เป็นการปฏิบัติธรรมที่สำคัญ ทำโดยไม่ยึดติดถือมั่นในผล หรือว่าทำโดยไม่สนใจผลว่ามันจะเป็นยังไง แต่ขอให้ทำด้วยจิตที่ปรารถนาดี และใช้สติปัญญาอย่างเต็มที่ เมื่อทำเต็มที่ด้วยวิริยะ ด้วยสติ ด้วยปัญญา แล้วผลจะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องเหตุปัจจัย ที่ไม่อยู่ในอำนาจของเราจะควบคุมได้ บางอย่างก็ออกมาดีเกินคาด อย่างเรื่องของโจ แต่บางอย่างมันก็ไปคนละทิศคนละทาง หรือบางอย่างก็เกิดผลตรงข้าม มันก็เป็นเช่นนั้นเอง หรืออนัตตา คือไม่ได้อยู่ในอำนาจของเรา

  • July 27 · 30 min

    25690604pm--เข้าถึงสุขเพราะเข้าใจทุกข์

    4 มิ.ย. 69 - เข้าถึงสุขเพราะเข้าใจทุกข์ : สุขที่ผู้คนพูดถึงและก็หลงใหลเป็นสุขที่เกิดจากการเสพ เกิดจากการเร้าจิตกระตุ้นกาย ซึ่งล้วนแต่ไม่เที่ยงและไม่สมบูรณ์พร้อม หรือว่าร้อน แต่ถ้าสุขที่เกิดจากการลดการละ ที่เกิดจากการถอนความหลงไปได้ เป็นสุขที่ประเสริฐ แต่จะมาพบสุขแบบนี้ได้ ต้องเข้าใจเรื่องความทุกข์และเกี่ยวข้องกับความทุกข์ให้เป็น จนกระทั่งเข้าถึงสมุทัย และถอนสมุทัยออกไปจากใจได้ พูดง่ายๆ คือว่าที่พุทธศาสนาไม่ได้พูดถึงสุขแต่พูดถึงทุกข์ก่อน เพราะว่าทุกข์นั้นแหละจะเป็นประตูสู่ความสุข นิโรธซึ่งเป็นสุขอันประเสริฐ เป็นอริยสัจข้อที่ 3 ซึ่งจะเข้าถึงได้ก็ต้องผ่านอริยสัจข้อแรกก่อน คือทุกข์ ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรรู้ นิโรธเป็นสิ่งที่ควรเข้าถึงหรือว่าทำให้แจ้ง ที่จริงพุทธศาสนาพูดเรื่องความสุข แต่ว่าสุขคนละแบบ แตกต่างจากสุขที่คนเข้าใจ เป็นสุขที่ประเสริฐกว่า พุทธศาสนาจึงไม่ใช่เป็นพวกทุกข์นิยม เพราะว่าพูดถึงความสุขไว้เยอะ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง แต่ว่าวิธีเข้าถึงเกิดจากการที่เข้าใจเรื่องทุกข์ เช่น เห็นว่าทุกข์เกิดจากความยึดติด การแบกถือของหนักเป็นความทุกข์ในโลก การสลัดของหนักทิ้งลงเสียเป็นความสุข จะสลัดทิ้งของหนักลงได้ต้องเข้าใจเรื่องทุกข์ให้ดี และเข้าใจว่าเป็นเพราะความหลงที่ไปแบก ทำให้จิตไปแบกของหนักเอาไว้ ที่คนหนุ่มสาวเขาตั้งคำถาม ทำไมพุทธศาสนาไม่พูดถึงสุข ทำไมพูดแต่ถึงทุกข์ ที่เขาตั้งคำถามก็ถูกแล้ว ถูกในแง่ที่ชวนให้เราคิดต่อว่าทำไมพุทธศาสนาจึงพูดถึงทุกข์มากกว่าสุข แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ได้พูดถึงสุข แต่พูดทีหลัง เพราะเหตุผลอย่างที่ว่ามา เพราะฉะนั้นเวลาเราเจอเด็กรุ่นใหม่ถาม ก็อย่าไปโกรธเด็กว่าท้าทาย ถ้าเราเข้าใจและอธิบายให้ถูกต้อง เด็กเขาก็จะเข้าใจว่าทำไมพุทธศาสนาพูดถึงทุกข์มากกว่าสุข แต่ปัญหาคือผู้ใหญ่บางทีไม่รู้ ตอบไม่ได้ บางทีเด็กถามก็เลยโมโห ก็ทำให้พลาดโอกาสในการที่จะชี้แจงให้เด็กเข้าใจ

  • July 26 · 29 min

    25690603pm--รู้ทันอัตตา

    3 มิ.ย. 69 - รู้ทันอัตตา : ผู้ปฏิบัติธรรมนี่ต้องสามารถจะรู้ทันกิเลสอัตตาได้ มันก็ธรรมดาที่เราจะไม่พอใจคนที่มาบอกว่าเราลืมรูดซิป หรือว่าเราทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง แต่ว่าถ้าเรารู้ทันเพราะมีสติ แทนที่เราจะว่าเขา เราก็ขอบคุณเขา เหมือนกับบางที่เราพูดอะไรผิดพลาดก็มีคนทวงติง แม้ว่าจะต่อหน้าธารกำนัล มันธรรมดามากที่จะรู้สึกเสียหน้า แล้วก็จะเกิดไม่พอใจคนที่ท้วงติง แต่นั่นเป็นปฏิกิริยาของคนที่ไม่มีสติ เป็นคนที่ไม่ได้ฝึกตน ถ้าฝึกตนแล้วก็จะไม่ทำอย่างนั้น แม้จะรู้สึกเสียหน้า จะรู้สึกโกรธ แต่ก็รู้ทันความโกรธ แล้วก็กลับมองว่าที่เขาพูดมานี่มันถูก เราต้องขอบคุณเขา อันนี้เป็นนิสัยของผู้ใฝ่ธรรม ที่ฝึกฝนตนจนไม่ปล่อยให้อัตตาหรือมานะครองใจหรือว่าเป็นใหญ่ ก็ไม่ใช่ง่าย เพราะว่าอัตตามีกำลังมาก แม้กระทั่งคนที่เป็นอัลไซเมอร์ คนที่ป่วย คนที่เป็นโรคจิต อะไรต่างๆ แย่หมดแล้ว แต่กำลังของอัตตานี่มันก็ยังไม่ได้ลดถอยลงไปเลย กลับรุนแรงมากขึ้น ฉะนั้นถ้าเราไม่ฝึกตนเอาไว้ เราก็สามารถจะสร้างปัญหาให้กับคนอื่นได้ เพราะว่าปล่อยให้อัตตาครองใจ เราก็ต้องฝึกเอาไว้ อันนี้เป็นวิสัยของผู้ใฝ่ธรรม

  • July 25 · 29 min

    25690602pm--งานขโมยความสุขจากเราไม่ได้

    2 มิ.ย. 69 - งานขโมยความสุขจากเราไม่ได้ : การเจริญสติ ถ้าเรามองว่าเป็นการปฏิบัติธรรม มันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานทางโลก ถ้าเรามองว่าการปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องของธรรมะ มันก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตทางโลก เดี๋ยวนี้เราทำงานใช้ชีวิตทางโลก เราไม่สนใจการฝึกจิต ไม่สนใจการเจริญสติ ก็เลยอยู่ในโลกอย่างรุ่มร้อน แม้กระทั่งวันหยุดก็ไม่มีความสุข เพราะว่าคอยแต่พะวงว่าจะมีงานเข้ามาไหม บางคนเลยไม่กล้าที่จะมีความสุขในวันหยุด เพราะเดี๋ยวกลัวว่าความสุขนั้นมันจะพังทลายเมื่อมีงานเข้ามาอันนี้ก็เรียกว่าไม่รู้จักปฏิบัติกับความสุขอย่างถูกต้อง ก็คือว่าเมื่อมีความสุขก็อย่าละเลย แต่ก็อย่าไปหมกมุ่นสยบมัวเมากับมัน เพราะไม่ว่าสุขอย่างไรก็ไม่เที่ยง

  • July 24 · 31 min

    25690601pm--สุขเพราะเป็นมิตรกับตัวเอง

    1 มิ.ย. 69 - สุขเพราะเป็นมิตรกับตัวเอง : ความสุขที่ประณีตกว่านั้นคือ ความสุขที่เกิดจากความสงบ ยิ่งสงบเท่าไหร่ก็ยิ่งพบสุขภายใน อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี สงบที่ว่านี้ไม่ใช่สงบจากเสียงดังนะ อันนั้นมันเป็นเรื่องหยาบ สงบจากความคิด และ สงบจากกิเลส จะทำให้เข้าถึงความสุขที่ช่วยหล่อเลี้ยงใจให้ไม่ต้องไปดิ้นรนที่ไหน อยู่คนเดียวก็มีความสุข เหมือนที่พระพุทธเจ้าสามารถที่จะนั่งนิ่ง ๆ คนเดียวได้ 7 วัน หรือนานกว่านั้นก็ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าพิมพิสารทำไม่ได้แล้วก็ยอมแพ้ เวลาเราจะพิจารณาว่าเรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติแค่ไหน ก็ลองดูนะว่าเราสามารถจะอยู่นิ่ง ๆ คนเดียวในห้องได้ไหม ถ้าเราทำได้ ก็แสดงว่า เออ เราเป็นมิตรกับตัวเองได้แล้ว หรือว่าเรามีใจเป็นมิตร มีจิตเป็นเพื่อนได้

  • July 19 · 39 min

    25690531pm--ประโยชน์ที่ควรได้จากพุทธศาสนา

    31 พ.ค. 69 - ประโยชน์ที่ควรได้จากพุทธศาสนา : ธรรมมีประโยชน์อย่างไร ธรรมะมีประโยชน์ก็ตรงที่ทำให้เราได้เข้าใจสัจธรรมความจริงจนกระทั่งไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งที่มี มีเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยึดมั่นว่ามันจะอยู่กับเราไปตลอด เข้าใจสัจธรรมความจริงว่า เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ต้องมีแก่ มีเจ็บ มีความพลัดพรากสูญเสีย และมีความตาย เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็จะไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งที่มี และพร้อมที่จะปล่อยวางได้ อันนี้แหละคือหน้าที่ของธรรมะ หรือการเข้าใจสัจธรรมความจริง และฝึกใจจนกระทั่งเห็นความจริงที่ว่า แล้วนี่คือสาระสำคัญของวันวิสาขบูชา พระพุทธเจ้าประสูติแล้วก็ยังต้องปรินิพพาน แต่ว่าพระองค์ค้นพบทางออกจากทุกข์เพราะทรงตรัสรู้ รู้แจ้งในพระสัมมาสัมโพธิญาณ พวกเราซึ่งถือเป็นชาวพุทธ นับถือพระพุทธเจ้าเป็นพระบรมศาสดา ในวันเช่นนี้ ก็ขอให้เราระลึกถึงว่าพระพุทธเจ้าทรงค้นพบอะไร อะไรคือความจริงที่ทรงค้นพบ และให้เราถือเป็นหน้าที่ที่เราจะบำเพ็ญเพียรเพื่อเข้าถึงสัจธรรมความจริง

  • July 18 · 30 min

    25690530pm--อย่าคิดว่าเอาอยู่ถ้ายังไม่เจอเอง

    30 พ.ค. 69 - อย่าคิดว่าเอาอยู่ถ้ายังไม่เจอเอง : อย่าไปคิดว่าสติที่มีอยู่มันจะเอาอยู่ เพราะว่าถ้ายังไม่เคยเจอของจริง ก็อาจจะยังไม่รู้ว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น emotion หรือ mood นี่มันรุนแรงแค่ไหน แต่ถ้าเราเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ประมาท พยายามฝึกอยู่เสมอ สติเพิ่มพูน อันนี้ก็ช่วยทำให้ เมื่อถึงเวลา มันก็จะพาเราไม่ให้ถลำจมไปในความทุกข์ได้ แม้ว่าจะเกิดเหตุร้ายกับร่างกาย กับทรัพย์สิน กับการงาน หรือกับคนรักของเรา แต่ว่าใจก็ไม่ได้ถูกฉุดให้ย่ำแย่ตามไปด้วย

  • July 17 · 31 min

    25690528pm--อย่าหลงใหลสุขวันนี้ จนละเลยสุขวันหน้า

    28 พ.ค. 69 - อย่าหลงใหลสุขวันนี้ จนละเลยสุขวันหน้า : แต่เวลาคนเรามองอะไร เราใช้ความรู้สึกกันเสียเยอะ เราก็เลยรู้สึกว่าสุขในวันนี้นี่ต้องคว้าไว้ก่อน ถึงแม้มันจะทำให้ทุกข์ในวันหน้า อะไรเป็นทุกข์ในวันนี้ก็ขอให้เลี่ยงก่อน เพราะว่ามันน่ากลัวกว่าทุกข์ในวันหน้า เราต้องรู้เท่าทันกิเลส แล้วก็เลือกที่จะยอมทุกข์ในวันนี้ ถ้าหากว่ามันจะทำให้สุขหรือสบายในวันหน้า อะไรก็ตามที่มันเป็นความสุขในวันนี้ ถ้ามันทำให้ทุกข์ในวันหน้าก็ควรจะเลี่ยง ใช้เหตุ ใช้ผล ใช้สติให้มาก ๆ ไม่งั้นเราก็จะพาชีวิตไปในทางตกต่ำย่ำแย่ได้

  • July 16 · 31 min

    25690527pm--ประโยชน์และข้อจำกัดของพุทธทาส

    27 พ.ค. 69 - ประโยชน์และข้อจำกัดของพุทธทาส : ความทุกข์ ไม่ใช่ว่าจะแก้ทุกข์ได้ด้วยการที่รู้ข้อมูลเยอะ ข้อมูลยังเป็นความรู้ชั้นสอง จนกว่าจะนำมาปฏิบัติให้เกิดผล ฝึกฝนตนจนกิเลสเบาบาง อุปาทานความยึดมั่นถือมั่นลดน้อยถอยลง ความทุกข์ถึงจะบรรเทาเบาบางไปได้ ไม่ใช่แค่รู้ รู้หมดแล้วความทุกข์จะหมดไปด้วย ไม่ใช่รู้มันอยู่ในหัว แต่ถ้าไม่ปฏิบัติก็ยังมีความทุกข์อยู่ ธรรมะจึงไม่ใช่เป็นเรื่องของข้อมูลที่ AI จะป้อนให้ มันต้องเกิดจากการนำเอาความรู้มาปฏิบัติ เพราะฉะนั้นแม้จะมีพุทธทาส AI แต่ว่าการปฏิบัติธรรมก็ยังสำคัญอยู่ เหมือนกับมีแผนที่แล้วไม่ใช่ว่าจะถึงที่หมาย พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า ท่านเป็นเพียงผู้ชี้ทาง ส่วนเราเป็นคนเดิน AI อาจจะเป็นแค่ผู้ชี้ทางหรือให้สูตรอาหาร แต่คนเดินและคนทำอาหารก็คือเรา ถ้าไม่เดิน ถ้าไม่ทำอาหาร ไม่ปรุงอาหาร แล้วไม่กิน ไม่ป้อนเข้าปากก็ไม่หายหิว ไม่หายทุกข์

  • July 15 · 29 min

    25690522pm--ควรปฎิบัติอย่างไรต่อทุกข์และสุข

    22 พ.ค. 69 - ควรปฎิบัติอย่างไรต่อทุกข์และสุข : มีความทุกข์ก็พยายามหาทางออกจากทุกข์ และก็ต้องสามารถใคร่ครวญจนเห็นว่า ความทุกข์ก้อนใหญ่เกิดจากใจที่วางไว้ผิด ใจที่เกิดความยึดความติด ตรงนี้แหละคือสมุทัย ไม่ว่าจะเป็นความอยาก หรือว่าความโกรธ ก็เป็นอยาก 2 แบบ อยากได้กับอยากผลักออกไป นี่คือตัวสมุทัยที่ต้องรู้จัก จัดการกับมัน ระหว่างที่ยังจัดการมันไม่ได้ มันยังมีอยู่ เวลาเจอความทุกข์ อย่างน้อยก็รักษาใจไม่ให้ทุกข์ เช่น ความเจ็บความป่วย ความสูญเสีย และถ้าให้ดีก็ต้องรู้จักหาประโยชน์จากมันให้ได้ หาประโยชน์จากความเจ็บป่วย หาประโยชน์จากความสูญเสีย หาประโยชน์ยังไง ก็มองว่าสอนธรรมให้กับเรา ซึ่งช่วยทำให้เราไม่เพลินยึด ไม่เพลินติด เพราะว่าความทุกข์ เมื่อสาวถึงที่สุด ก็เกิดจากความยึดติดถือมั่น ที่เรียกว่าอุปาทาน อุปาทานในทรัพย์ ในสิ่งที่ให้ความสุขทางกาย เช่น กามสุข เรียกว่ากามุปาทาน ความยึดติดในอัตตาตัวตน หรืออัตตวาทุปาทาน ความยึดติดในความคิด คิดว่าถูก มั่นใจว่าถูก อันนี้ก็ทิฏฐุปาทาน ความยึดติดในวิธีการว่าวิธีนี้ดี วิธีนี้ประเสริฐ ก็เรียกว่าสีลัพพัตตุปาทาน อุปาทานพวกนี้คือเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง ทางที่จะออกจากทุกข์ได้คือละวาง คลายความยึดติดถือมั่น อันนี้คือสิ่งที่เราสามารถจะเรียนรู้ได้จากทุกข์ เรียกว่าหาประโยชน์จากทุกข์ เพราะว่าทุกข์ไม่ใช่แค่ทำให้เกิดทุกขเวทนาอย่างเดียว มันสามารถจะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญาได้ด้วย และถ้าทำได้ครบทั้ง 4 ประการ ก็เรียกว่าเป็นชาวพุทธ หรือผู้ใฝ่ธรรมที่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า และช่วยทำให้ชีวิตเรามีความสงบเย็นเป็นปกติได้ แม้จะต้องเจอความผันผวนปรวนแปร เจอความแก่ ความเจ็บความป่วย ความพลัดพราก เจอคำต่อว่าด่าทอ เจอความไม่ถูกต้องของโลกภายนอก แต่ว่าในใจก็มีความสงบสันติได้

  • July 14 · 30 min

    25690521pm--ปฎิบัติให้ถึงแก่นธรรม

    21 พ.ค. 69 - ปฎิบัติให้ถึงแก่นธรรม : ถ้าเกิดว่าเราเป็นชาวพุทธ เราก็ต้องพยายามเข้าถึงหัวใจของพุทธธรรมให้ได้ อย่าไปติดที่ความเป็นชาวพุทธ อย่างท่านโกเอ็นก้าท่านไม่ได้เรียกว่าตัวเองเป็นชาวพุทธเลย ท่านกลับมองว่าท่านเป็นผู้ใฝ่ธรรม แล้วมีใช้คำว่า ธัมมิโก หรือ ธรรมจารี เพราะท่านเห็นว่าความเป็นชาวพุทธจะกลายเป็นกรอบที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกกัน และชาวพุทธจำนวนมากก็เป็นอย่างนั้น พอไปติดกับยี่ห้อแล้ว มันก็จะเกิดความรู้สึกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เวลาเจอคนที่นับถือศาสนาอื่นก็เกิดความรู้สึกว่าเป็นคนละพวกกัน ทั้งที่ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน และทั้ง ๆ ที่ก็อาจจะเข้าถึงธรรมเหมือนกันก็ได้ แต่พอเราไปติดที่รูปแบบ แล้วเราไม่สนใจที่จะเข้าถึงแก่นแท้ แก่นธรรม ความรู้สึกร่วมในฐานะที่เป็นมนุษย์ หรือว่าผู้ที่เข้าถึงศาสนธรรมก็เกิดขึ้นได้ยาก ก็เลยเกิดความรู้สึกเป็นฝักเป็นฝ่าย เดี๋ยวนี้เราติดกัน ติดที่ยี่ห้อมาก ไม่ว่าจะเป็นศาสนา ภาษา สีผิว สถาบัน ฉะนั้นถ้าคนเราไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้หรือแก่นธรรมได้ การที่จะหลุดพ้นจากกรอบหรือยี่ห้อมันก็ยาก ก็ยังติดอยู่กับรูปแบบซึ่งก็ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน เกิดความแตกแยกระหว่างศาสนา แล้วก็ระหว่างเชื้อชาติ อย่างที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้

  • July 13 · 31 min

    25690520pm--สุขไม่น่ารัก ทุกข์ไม่ควรเกลียด

    20 พ.ค. 69 - สุขไม่น่ารัก ทุกข์ไม่ควรเกลียด : มีคนพูดไว้ดีนะ บอกว่าความสุขเหมือนกับหญิงสาวที่เราชอบ เรานี่หมายถึงผู้ชายนะ เราชอบเขา แต่เขาไม่ชอบเรา เขาพยายามหนีเรา ยิ่งรักเท่าไหร่ ยิ่งชอบเขาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหนีห่างจากเรามากเท่านั้น ส่วนความทุกข์เหมือนกับคนที่เราไม่ชอบ แต่เขาชอบเรา ไม่ว่าเราพยายามหนีห่างอย่างไร เขาก็พยายามตามตื๊อเราอยู่นั่นแหละ ก็เป็นการเทียบที่ดีนะ แต่ว่าสิ่งที่ควรทำคือ แม้สุขก็แค่รู้ ไม่รัก แล้วก็ไม่ถึงกับหลง ไม่ถึงกับติด แม้เจอทุกข์ก็ไม่เกลียด ก็แค่ยอมรับ รู้ซื่อๆ สุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ไม่หลงใหลในสิ่งที่ทำให้มีความสุข หรือไม่หลงใหลยึดติดในสุขนั้น ส่วนทุกข์ก็ไม่ปฏิเสธไม่ผลักไส แม้จะไม่แสวงหา แต่ถ้ามันมาก็แค่ยอมรับ แล้วก็รู้ซื่อๆ ไม่เกลียด ไม่กลัว ไม่โกรธ ไม่ผลักไส เพราะยิ่งผลักไสก็ยิ่งทำให้มันมีอำนาจเหนือเรา จะทำอย่างนี้ได้ต้องมีสติและปัญญา มีสติคือรู้ว่าพอเจอสุขแล้ว เริ่มจะติดเริ่มจะหลง ก็แค่ถอยออกมา วางระยะ แค่รู้ซื่อๆ เจอทุกข์ แม้ใจจะเกลียดไม่ชอบ แต่ก็เห็นความเกลียด ความรู้สึกลบ ก็ดูมันเฉยๆ ถ้ามันเกิดขึ้นก็ยอมรับมัน ไม่โวยวาย ไม่ตีโพยตีพาย ไม่ตีอกชกหัว ถ้าให้ดีก็เห็นธรรมะจากสิ่งที่เกิดขึ้น เอามาใช้เป็นประโยชน์ อันนี้เราต้องมีสติ ถ้ามีปัญญาก็จะเห็นเลยว่า ไม่ว่ารักอะไร ในที่สุดถ้ามันหลงก็นำไปสู่ความยึดติด และเมื่อยึดติดแล้ว ก็เตรียมทุกข์ได้เลยเพราะไม่มีอะไรที่ยึดมั่นถือมั่นหรือหลงใหลยึดติดได้ ถ้ามีปัญญา จะเห็นว่าการที่ปฏิเสธผลักไสอะไรก็ตาม ก็คือการให้อำนาจกับสิ่งนั้นเหนือใจของเรา ทำให้ใจไม่เป็นอิสระ ถ้ามีปัญญา อย่างน้อยก็ยังมีสติที่จะรู้ซื่อๆ เมื่อมีสุขก็รู้ว่าสุข แต่ไม่หลง ไม่ติดในสุข เมื่อมีทุกข์ก็รู้ว่าทุกข์ แต่ว่าไม่ผลักไส ไม่ไล่ส่ง ก็ทำให้ใจเกิดความปกติ เกิดความสงบเย็นได้

  • July 12 · 32 min

    25690519pm--สติที่ควรมี

    19 พ.ค. 69 - สติที่ควรมี : ใหม่ๆ ก็มีสติอยู่กับกายที่กำลังทำนั่นทำนี่ เรียกว่ารู้กาย แต่ต่อไปพอรู้กายบ่อยๆ เวลาใจเผลอคิดนึก มันก็จะรู้เห็นทันใจที่คิดนึก พอรู้ทันแล้ว ใจที่เคยหลงไปกับความคิดก็กลับมาอยู่กับกาย อยู่กับสิ่งที่ทำ ก็เกิดความรู้เนื้อรู้ตัวขึ้น นี่เรียกว่าเกิดการกลับมา จิตมันไปอยู่แล้ว มันชอบเที่ยว แต่ถ้ามีสติดีก็จะกลับมา กลับมาบ่อยๆ ตอนจะกลับก็รู้ทันความคิด เรียกว่าดูกายเห็นจิต ดูกายก็เห็นจิต แต่ดู ไม่ใช่จ้อง แต่ว่าเอาใจมาอยู่กับกาย มารับรู้ดูกายที่เคลื่อนไหว แต่ถ้ามันเผลอคิดไป ก็เห็นความคิด เห็นอาการของจิต แต่ก็ไม่จมกับอาการ ก็กลับมา ระหว่างที่เห็นความคิดเห็นอารมณ์ เห็นไปๆ มันก็จะเริ่มเห็นธรรมชาติของความคิดและอารมณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และที่สำคัญคือไม่ใช่เรา อันนี้เรียกว่าเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เห็นธรรมจากการที่สังเกต ความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อันนี้เขาเรียกว่า ดูกายเห็นจิต ดูคิดเห็นธรรม แต่ความหมายมันต้องอธิบาย เพราะไม่อย่างนั้นจะไปเข้าใจว่า ไปจ้องดูกายเดี๋ยวก็จะเห็นจิต อันนั้นไม่ใช่ แต่ถ้ามีสติรู้กาย พอมีความคิดเกิดขึ้น หรือมีอาการของจิตปรากฏ เช่น การกระเพื่อมไหว ก็จะรู้ รู้แล้วกลับมา กลับมาที่กาย การที่รู้บ่อยๆ รู้จิต รู้อารมณ์บ่อยๆ ก็ทำให้เห็นสัจธรรม อันนี้เขาก็เลยสรุปว่า ดูคิดเห็นธรรม แต่ไม่ใช่ไปจ้องเอา มันเห็นเอง เห็นเพราะเห็นบ่อยๆ ธรรมคืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตานั่นแหละ ถ้าเราเข้าใจงานหรือหน้าที่ของสัมมาสติ เราก็จะรู้ว่าทำไมต้องฝึกบ่อยๆ ต้องทำซ้ำๆ แล้วเรารู้ว่าทำไปเพื่ออะไร การทำก็จะถูกต้อง ก่อให้เกิดผลที่ต้องการได้

  • July 7 · 33 min

    25690517pm--ปรับตัวเข้าหาธรรม

    17 พ.ค. 69 - ปรับตัวเข้าหาธรรม : เวลาเรามีชีวิตที่สะดวกสบาย ก็เตือนใจไว้ว่ามันเป็นความสะดวกสบายชั่วคราว มันไม่ใช่เป็นสาระที่แท้ของชีวิต พยายามกลับมาอยู่พอใจกับชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เอาความสุขไปผูกติดอยู่กับการเสพ แต่เอาความสุขไปผูกติดอยู่กับความสงบเย็นในใจ ถ้าใจเราพบความสงบมันก็มีความสุข การที่จะไปพึ่งพาความสุขจากสิ่งเสพมันก็จะน้อยลง และที่ชีวิตพระมันเป็นชีวิตที่ไม่สะดวกสบายมาก ก็เพราะต้องการที่จะน้อมนำผู้คนให้มาแสวงหาความสุขจากสมาธิภาวนา เพราะถ้ายังติดอยู่กับความสุขจากสิ่งเสพ มันก็ไม่อยากจะไปหาความสุขจากสมาธิภาวนา แต่พอไม่มีความสุขจากสิ่งเสพ มันก็ทำให้ต้องดิ้นรนหาความสุขจากสมาธิภาวนา แล้วนั่นแหละคือประโยชน์ที่จะได้รับจากการมาบวชพระ หรือการมาอยู่วัด ถ้าไม่สามารถเข้าถึงความสุขจากสมาธิภาวนา หรือความสุขจากจิตใจได้ มันก็ต้องโหยหาความสุขจากสิ่งเสพอยู่เรื่อยไป แล้วก็โหยหาความสะดวกสบายอย่างที่คุ้นเคยจากชีวิตทางโลก ก็ต้องฝึกเอาไว้ ปรับตัวให้เข้าหาธรรมเรียกว่าธัมมานุวัตร เพราะว่าตอนนี้วัดเราก็โลกานุวัตรมาพอสมควรแล้ว คนที่จะมาอยู่วัดจะได้ประโยชน์ก็ต้องปรับตัวให้เข้าหาธรรม

  • July 6 · 31 min

    25690516pm--ใจสงบได้เพราะรู้จักเมิน

    16 พ.ค. 69 - ใจสงบได้เพราะรู้จักเมิน : บางทีเราไม่รู้ คนที่เราคุยด้วยอาจจะเป็นการคุยครั้งสุดท้ายหรือเปล่า อาจารย์โกวิทท่านเล่าว่าสมัยที่เป็นพระไปพม่า ก็มีพระพม่ามาต้อนรับ ตอนนั้นอาจารย์โกวิทเป็นพระ แล้วที่เจอเจดีย์ชเวดากอง แล้วพระพม่าต้อนรับดีมาก ตอนที่จะเลิกจากกัน พระพม่าก็บอกว่า ขอถ่ายรูปหน่อย อาจารย์โกวิทไม่ชอบพวกถ่ายรูปพวกนี้ ทีแรกก็ปฏิเสธ แต่ตอนหลังก็สะดุดใจที่พระพม่าบอกว่า “เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลย ยังไงก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก็แล้วกัน” อาจารย์โกวิทก็ได้คิด เออ เราจะเอาแต่ความต้องการของตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ ใส่ใจกับความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ก็เลยให้ถ่ายรูป พระพม่านั้นก็ดีใจมาก กลับมาเมืองไทยได้ไม่นาน ก็ได้ข่าวพระพม่ามรณภาพแล้ว อาจารย์โกวิทบอกว่า โอ้โห ตัดสินใจถูกแล้วที่เราไม่เอาความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ เพราะว่าเราไม่รู้หรอกคนที่เราคุยด้วยหรือพบปะกันครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาส การใส่ใจกับปัจจุบันสำคัญมาก ใส่ใจกับสิ่งที่กำลังทำในปัจจุบัน ใส่ใจกับคนที่กำลังอยู่ต่อหน้า อันนี้คือสิ่งที่สติช่วยเราได้ อะไรที่ไม่สำคัญก็เมินมันซะ อย่ามาใส่ใจจนรกหัว หรือเสียอารมณ์ ถ้าหากว่าเราไม่รู้จักเมิน เราอาจจะเสียเวลา เสียอารมณ์ไปกับหลายสิ่งหลายอย่าง และบางทีเราก็จะทำในสิ่งที่ต้องเสียใจในภายหลังก็ได้

  • July 5 · 31 min

    25690515pm--รู้ทันจนจับทางกิเลสได้

    15 พ.ค. 69 - รู้ทันจนจับทางกิเลสได้ : กิเลสจะมาหลอกล่อเราร้อยแปด อย่างน้อยๆ ก็หลอกล่อให้เราคิดปรุงแต่งสารพัด หาเรื่องคิดหาเรื่องปรุง เพราะว่าเป็นอาหารของกิเลส เป็นอาหารของจิต เราก็พลาดท่าโดนมันหลอก หลงปรุงไปกับมัน แต่พอเราปฏิบัติได้ถึงจุดหนึ่ง เราก็รู้แล้ว หลังจากถูกหลอกเป็นอาจิณ หรือครั้งแล้วครั้งเล่า เราก็เริ่มจับทางได้ว่ามันจะมาทางนี้ แต่พอเราจับทางนี้ได้ มันก็จะมาทางใหม่ มาอุบายแบบใหม่ เราก็พลาดอีก แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าหากว่าเรารู้จักสรุปบทเรียน และต่อไปก็จะรู้ว่าไม่ใช่ทุกความคิดที่จะเชื่อได้ เพราะบางทีมันก็เป็นเหตุผลหรือข้ออ้างของกิเลส เราจบปริญญาตรี กิเลสก็จบปริญญาตรี เราจบปริญญาเอก กิเลสก็จบปริญญาเอก เราจบประโยค 9 กิเลสก็จบประโยค 9 เรารู้ธรรม กิเลสก็รู้ธรรม แล้วมันก็เอาธรรมที่รู้มาหลอกล่อเรา อันนี้เราก็ต้องรู้เท่าทันด้วย บางทีก็หาเรื่องคิด หาเรื่องพิจารณาธรรม พิจารณาเรื่องปฏิจจสมุปบาท ทั้งที่ไม่ใช่เวลา แต่ก็อยากจะหาเรื่องคิด คิดหน่อยน่า อยากจะรู้ว่าตัณหาทำให้เกิดอุปาทานได้อย่างไร อุปาทานก่อให้เกิดภพได้อย่างไร ภพก่อให้เกิดชาติได้อย่างไร ภพชาติคืออะไร ก็หาเรื่องคิด หลังจากที่เรารู้ทันอุบายอย่างอื่นแล้ว ทีแรกก็จะหาเรื่องคิดวางแผนไปเที่ยว พอเรารู้ทัน มันก็หาเรื่องคิดเรื่องใหม่ ที่มักจะได้ผลคือเรื่องธรรมะ เอาธรรมะมาคิด ทั้งที่ไม่ใช่เวลา ก็ต้องรู้จักวางมันลง หรือว่ารู้เท่าทันมัน อันนี้คือแบบฝึกหัด บททดสอบระหว่างการปฏิบัติ ซึ่งมันจะให้บทเรียนแก่เราได้มากทีเดียว

  • July 4 · 31 min

    25690508pm--ขยันเรียนรู้จากทุกข์

    8 พ.ค. 69 - ขยันเรียนรู้จากทุกข์ : คนเราสามารถจะเรียนรู้อะไรได้มากมายจากความทุกข์ เวลาเรานึกถึงคำว่า ได้ ถ้าเรานึกถึงการได้เงินได้ทอง ได้โชคได้ลาภ ได้ความสุขสบาย เราจะผิดหวังได้ง่าย เพราะว่าบางครั้งนอกจากไม่ได้แล้วยังเสียอีก แต่ถ้าเราเป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนรู้ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ได้เรียนรู้ ได้เรียนรู้ได้ฝึก และเราอย่าไปรอให้ได้เรียนรู้ในยามที่เจ็บป่วยอย่างหนัก หรือสูญเสียมาก ควรจะฝึกการเรียนรู้เวลาเจออะไรที่ไม่ถูกใจ รถติด เพื่อนผิดนัด เจอคำต่อว่าด่าทอ เจอเสียงดัง เจอคนไม่น่ารัก พวกนี้ถ้าเราเป็นผู้ใฝ่รู้ เราได้เรียนรู้เยอะเลย รวมทั้งได้ฝึกใจด้วย เวลามาปฏิบัติธรรม ไม่มีคำว่าไม่ได้ แต่หลายคนมาบอก ปฏิบัติธรรมแล้วไม่ได้อะไรเลย อันนั้นเพราะเขามองว่าได้ หมายถึงได้ความสงบ ได้สิ่งที่เป็นอิฏฐารมณ์ เช่น อำนาจจิต ญาณพิเศษ แต่ถ้าเขามองว่าได้นี่คือได้เรียนรู้ มันได้เยอะเลย เดินหนึ่งชั่วโมงก็ได้เรียนรู้ แม้ว่าใจจะฟุ้งตลอด แต่ก็ได้เห็นความฟุ้ง คนเราถ้าหากว่าเป็นผู้ใฝ่รู้ จะไม่ใช่คนที่ทุกข์ง่าย เพราะว่าอนิฏฐารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ไม่น่าพอใจ ก็ล้วนแต่ให้อะไรกับเรามากมายคือ ให้บทเรียน ทำให้เราได้เรียนรู้ หรือได้ฝึกจิตฝึกใจ แต่จะทำอย่างนี้ได้ต้องฝึกอยู่เสมอ เพราะไม่งั้น เวลาเจอแต่สิ่งที่สะดวกสบาย เจอความสมหวังมักจะทำให้เราประมาท